บ้านเศรษฐีขายดี ตอบโจทย์ตลาดบนคนมีตังค์
ทำไมบ้านเศรษฐี ถึงยังมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น ไตรมาส 1 เปิดตัวไปแล้ว 24 โครงการ เกือบ 2,000 หลัง เฉลี่ยหลังละ 24 ล้านบาท พร้อมเปิด 3 ทำเลทองที่ตลาดบ้านหรูที่คึกคักที่สุด
สำรวจตลาดบ้านหรูกันหน่อยค่ะ นิยามคำว่าบ้านหรูในกลุ่มตลาดอสังหาริมทรัพย์ คือ 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งไตรมาสแรกของปีนี้ เปิดตัวไปแล้ว 24 โครงการ 1,896 หน่วย เพิ่มขึ้นเกิน 100% ถ้าเทียบกับปีก่อนในช่วงเวลาเดียวกัน มูลค่าก็เพิ่มขึ้นด้วยราว 45,000 ล้านบาท ส่วนราคาบ้านต่อหลังเฉลี่ยอยู่ที่ 24 ล้านบาท ที่นี่มาดูผลประกอบการไตรมาส 1 ปีนี้กันบ้าง
หยิบยกมา 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ รวมแล้วทำรายได้มากกว่า 4.9 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 66 ในช่วงเวลาเดียวกัน
ก็ต้องยอมรับว่าเป็นปีที่ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาฯต้องใช้ความระมัดระวังในการบริหารจัดการ ซึ่งแสนสิริทั้งรายได้รวม และกำไรสุทธิเป็นอันดับ 1 และเป็นบริษัทเดียวที่แตะ หมื่นล้านบาท รองลงมาคือเอพี ไทยแลนด์ และแลนด์ แอนด์เฮ้าส์ ส่วนกำไรสุทธิมีการสลับตำแหน่งกันระหว่างแลนด์แอนด์เฮ้าส์ทำกำไร ในอันดับที่ 2 ตามด้วย เอพี ไทยแลนด์ เป็นอันดับที่ 3
ซึ่งส่วนหนึ่งที่ดีเวลลอปเปอร์ถึงมาสู้กันที่ตลาดบ้านหรู ก็เพื่อตอบโจทย์ กำลังซื้อในตลาดที่เพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงปัญหาอัตราการปฏิเสธ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Rejection Rate)โดยปัจจุบัน มีสัดส่วนที่ถูกปฏิเสธการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย สูงถึง 70% ในระดับราคาที่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท เนื่องจากมีความเสี่ยงในเรื่อง ความสามารถในการชำระคืนหนี้ ของ ผู้กู้ รวมถึง คุณภาพของสินเชื่อ ที่เริ่มมีปัญหา
ทำเลอ่อนนุช เปิดตัวสะสมอยู่ทั้งหมด 14 โครงการ ราว 491 หน่วย ยอดขาย ณ วันเปิดตัวโครงการโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 29% แบ่ง
ทำเลอ่อนนุช เป็นทำเล ที่เหมาะกับการอยู่อาศัยเชื่อมต่อไปสุขุมวิท ถ.ศรีนครินทร์ ซึ่งเชื่อมไปโซนลาดพร้าว บางกะปิ ได้เช่นกัน มีช่องทางเลี่ยงเส้นทางในช่วงการจราจรหนาแน่น มีรถไฟฟ้า 2 สาย รถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีเหลือง มีสิ่งอํานวยความสะดวกกระจายตัวอยู่โดยรอบในพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อทั้ง โลตัสและบิ๊กซี รวมไปถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่
โรงพยาบาลทั้งรูปแบบรัฐบาลและเอกชน 6 แห่งในระยะ 5 กิโลเมตร รวมถึงมีสถานศึกษาจํานวนมากในพื้นที่ในระยะ 5 กม. โดยส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนนานาชาติมากถึง 10 แห่ง
ทำเลบางนา-ตราด กม. 10-30 ไตรมาสแรก มี 3 โครงการ 275 หน่วย ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 20-50 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายเฉลี่ย ณ วันเปิดตัวที่ 12% ทำเลนี้เป็นทำเลที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย เดินทางสะดวกบนถนน บางนา-ตราด สามารถเชื่อมต่อ กับ ถนนสุขุมวิท ถนนศรีนครินทร์ ถนนกาญจนาภิเษก และ ถนนกิ่งแก้ว
ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของกรุงเทพฯ โซนตะวันออก นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร เพื่อมุ่งสู่ใจกลางเมือง ย่านธุรกิจที่สำคัญ (Central Business District : CBD) ที่สำคัญได้ สำหรับคนที่ใช้รถยนต์
มีรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีเขียว ที่เชื่อมต่อ เข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง ได้ มีแหล่งงาน ทั้งสำนักงาน และ นิคมอุตสาหกรรม ถือเป็นทำเล ที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย และ การทำงาน ถือเป็นย่านธุรกิจใหม่ ฝั่งตะวันออก รวมถึงมี ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน และ มหาวิทยาลัย
ทำเลสุขาภิบาล 5 ปัจจุบันมีจำนวนโครงการบ้านพักอาศัย ระดับราคาเกิน 10 ล้านบาท เปิดตัวใหม่เฉพาะในไตรมาสแรก ของปี 2567 จำนวน 2 โครงการ จำนวน 335 หน่วย ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 10-30 ล้านบาท ต่อหน่วย มีอัตราการขายเฉลี่ย ณ วันเปิดตัวที่ 7%
เส้นทางคมนาคมในทำเลสะดวกเชื่อมต่อ ถนนได้หลายเส้นทาง ได้แก่ ถนนสุขาภิบาล 5 ถนนพหลโยธิน ถนนวัชรพล ทางด่วน รามอินทรา-อาจณรงค์ และสามารถเชื่อมต่อกับ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย สถานีสายหยุด หรือ รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวัชรพล เป็นต้น
นอกจากนี้ ในทำเลยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญครบครันทั้ง ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา โรงพยาบาล
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB